ผู้เขียน หัวข้อ: โรคไข้เลือดออก คือ อะไร?  (อ่าน 7246 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

หล่มรัก

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 356
    • ดูรายละเอียด
โรคไข้เลือดออก คือ อะไร?
« เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2012, 04:12:45 PM »
โรคไข้เลือดออก คือ โรคที่มีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสซึ่งแพร่ระบาดโดยยุง โรคนี้เป็นโรคที่โจมตีระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เมื่อป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกแล้ว ร่างกายจะสร้างระบบภูมิคุ้มกันเพื่อไม่ให้ป่วยซ้ำได้อีก แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจากเชื้อไวรัสของไข้เลือดออกมีหลายสายพันธุ์ หากถูกกัดจากยุงลายที่มีเชื้อของไช้เลือดออกสายพันธุ์อื่น ก็สามารถป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกซ้ำได้อีก
 
ยุงลายตัวเมีย จำเป็นต้องใช้เลือดเพื่อช่วยในขบวนการวางไข่ของมัน เพราะว่าในเลือดจะมีโปรตีนที่จำเป็นกับการสร้างไข่ของยุง ไม่ว่าเลือดนั้นจะมาจากคนหรือสัตว์ก็ตาม ยุงที่ได้รับเลือดจากอาหารหนึ่งมื้อ ( หรือ การกัดหนึ่งครั้ง ) มันจะสามารถวางไข่ได้ถึง 250 ฟอง ต่อครั้ง เมื่อยุงกัดคน มันจะเข็มหรือปากของมันแทงผ่านเข้ามาทางรูขุมขน และใช้น้ำลายที่มีฤทธิ์ช่วยทำให้เลือดไม่แข็งตัว และจากน้ำลายของยุงนี้เอง ที่เชื้อไวรัสของไข้เลือดออก สามารถแพร่มาจากยุงสู่คนได้ โดยที่ยุงลายจำเป็นต้องไปกัดคนที่ติดเชื้อมาก่อน แล้วไปจึงไปกัดคนอื่นเพื่อแพร่เชื้อต่อๆไป
                เพราะว่าโรคไข้เลือดออกจำเป็นต้องมียุงเป็นพาหะ การแพร่ระบาดของโรคจึงมักเกิดในที่มียุงชุกชุม เช่น ในบริเวณที่มีน้ำนิ่งหรือ บริเวณที่มีขยะให้ยุงได้มีโอกาสฝักตัวได้ หรือ ในฤดูฝน
                มีการประมาณการว่า คนทั่วโลกเป็นไข้เลือดออก กันมากขึ้นปีละ 50 – 100 ล้านคนต่อปี แต่อย่างไรก็ดี หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นโรคที่อันตรายนัก ความอันตรายของไข้เลือดออก เกิดจากปัญหาของโรคแทรกซ้อนอื่นๆ และ บางครั้งการวินิจฉัยก็เป็นเรื่องยาก เพราะอาการเริ่มต้นของไข้เลือดออก ก็คล้ายๆกับอาการของโรคหวัดอื่นๆทั่วไป  บางครั้งกว่าจะได้รับการเจาะเลือดและตรวจอย่างละเอียด อาการของโรคก็รุกรามไปมากเสียแล้ว เพราะฉะนั้นหากสงสัยว่า บุตรหลานของท่านมีโอกาสที่จะป่วยเป็นไข้เลือดออกก็อย่ารอช้า ให้รีบพบแพทย์ทันที
 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 27, 2012, 04:28:15 PM โดย หล่มรัก »

หล่มรัก

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 356
    • ดูรายละเอียด
Re: โรคไข้เลือดออก คือ อะไร?
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2012, 04:17:48 PM »
อาการของโรคไข้เลือดออก
หลังจากยุงลายที่มีเชื้อไข้เลือดออกกัด เชื้อไวรัสไข้เลือดออกจะใช้เวลาฟักตัวในร่างกายคน ประมาณ สาม ถึง สิบห้าวัน ( แต่โดยเฉลี่ย ระยะเวลาในการฟักตัวของโรค จะอยู่ที่ประมาณ 5 – 8 วัน) ก่อนที่จะมีอาการปรากฎให้เห็น       
อาการป่วยโดยรวมๆของโรคไข้เลือดออก จะมีลักษณะที่คล้ายกับไข้ทั่วไป จึงทำให้บางครั้งแพทย์อาจจะตรวจหาเชื้อไม่เจอในทันที หากมิได้มีการตรวอย่างละเอียด เช่น การเจาะเลือด อาการของโรคไข้เลือดออกสามารถแบ่งออกได้เป็นสามระยะ คือ ระยะไข้, ระยะขีดอันตราย, และ ระยะฟื้นตัว
 
ระยะไข้ :               
ในระยะนี้  อุณภูมิของร่างกายจะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และ อาจสูงได้ถึง 40 C ( 104 F ) และอาจมีอาการปวดต่างๆร่วมด้วย  เช่นอาการปวดตามข้อต่างๆ เช่นตาม ขา , เข่า, ข้อศอก, ปวดหัว, ปวดตา , และปวดหลัง , หรือ ปวดหัว  ถ้าหากกดตามผิวหนัง ก็อาจจะเห็นผื่นแดงๆ ปรากฎขึ้นมา และไม่หายไป ซึ่งกิดจากที่หลอดเลือดฝอยแตก ในบางรายอาจมีเลือดไหล ตามปาก และ จมูกร่วมด้วย ซึ่งอาการในระยะนี้อาจเป็นได้ภายในเวลา สอง ถึงเจ็ดวัน
 
ระยะขีดอันตราย :
ไข้อาจจะลดลงภายในเวลา หนึ่งถึงสองวัน ในระยะนี้จะมีการสะสมของ น้ำในบริเวณปอดและช่องท้องเนื่องจากมีการแตกของเส้นเลือด เป็นผลทำให้ขาดน้ำและปริมาณเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญลดลง ในระยะนี้ การล้มเหลวของอวัยวะที่สำคัญ และ ภาวะขาดเลือดอาจเกิดขึ้นได้ ยิ่งถ้าหากคนไข้เคยป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกมาก่อนแล้ว ความเสี่ยงก็จะยิ่งมีมากขึ้น
 
ระยะฟื้นตัว :
ในระยะนี้ ร่างกายพยายามที่จะดูดซึมน้ำกลับเข้าไปสู่ร่างกาย ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ สองถึงสามวัน ซึ่งเป็นผลอาจทให้เกิดอาการคัน , อัตราการเต้นของหัวใจ, และความดันโลหิตลดลง ซึ่งหากผ่านระยะนี้ไปได้ร่างกายก็จะกลับเข้าสูภาวะปรกติ แต่อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยก็ต้องระวังการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น หากปริมาณของเหลวในร่างกายมีมากเกินไป ก็อาจจะมีผลต่อสมอง ทำให้หมดสติ และ เป็นสาเหตุให้เกิดอาการชักได้

ภาวะแทรกซ้อน :
ภาวะแทรกซ้อนมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะ โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่ส่งผลต่อหลายระบบของร่างกาย ซึ่งภาวะแทรกซ้อนนั้น อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากความอ่อนแอของร่างกาย หรือ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเนื่องจากโรคไข้เลือดออกเป็นสาเหตุโดยตรงก็ได้ เช่น การหมดสติไปของไข้ อาจจะมีสาเหตุมากจากการที่เชื้อลุกลามไปถึงสมอง หรือ สาเหตุที่เกิดขึ้นทางอ้อม เช่น อวัยวะที่สำคัญเช่น ตับไม่สามารถทำงานได้อย่างปรกติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 27, 2012, 04:29:09 PM โดย หล่มรัก »

หล่มรัก

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 356
    • ดูรายละเอียด
Re: โรคไข้เลือดออก คือ อะไร?
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2012, 04:22:50 PM »
วิธีป้องกันและรักษาโรคไข้เลือดออก
 โรคบางโรค โดยเฉพาะ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส เช่น โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่ไม่ยารักษาโดยตรง การรักษาโรคในลักษณะนี้ ทำได้แต่เพียงประคองอาการไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อน แล้วค่อยๆปล่อยให้โรคหายไปเอง เนื่องจากโรคไข้เลือดออก จะทำให้ร่างกายเสียน้ำมาก การพักผ่อนให้เพียงพอ และ การช่วยให้ผู้ป่วยไม่ขาดน้ำ ทั้งทางตรงและทางอ้อม เป็นสิ่งจำเป็น ( ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง แพทย์อาจให้เลือดเพื่อป้องกันอากาช็อค)
 
ผู้ป่วยไข้เลือดออก จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง ยาประเภท แอสไพริน หรือ ยาที่มีผลต่อเลือด เช่น ยาแก้อักเสปบางประเภท ( หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยาใดๆ) เพราะยาเช่น แอสไพริน มีฤทธิ์ทำให้เลือดไม่แข็งตัว ซึ่งจะไปซ้ำเติมกับอาการของโรคที่ทำลายเม็ดเลือดอยู่แล้ว ดังนั้นหากสงสัยว่า กำลังป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกและต้องการทานยาลดไข้ หรือ ยาที่ช่วยบรรเทาอาการปวด ควรใช้ยาประเภท Tylenol แทน
 
วีธีการป้องกันโรค :
ในปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ แม้ในปัจจุบันจะมีความพยายามที่จะคิดค้นวัคซีนไข้เลือออกกันอย่างจริงจังก็ตาม ( ซึ่งคาดการณ์กันว่า อาจจะพบวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกในปี 2012 – 2015 ) ดังนั้นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการป้องกันโรคไข้เลือดออก ณ เวลานี้ คือ การกำจัดแหล่งเพาะเชื้อของยุงลาย โดยการกำจัดแหล่งที่น้ำสามารถถ้วมขังได้ หรือ การใช้ยาที่เป็นสารเคมีกับบริเวณที่น้ำท่วมขัง
 
ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกก็ควรจะพยายามไปอยู่ในบริเวณที่มียุงน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหมาะในระหว่างที่กำลังป่วยด้วยนี้อยู่นั้น หากถูกยุงกัด ก็สามารถที่จะแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้ แม้การหลีกเลี่ยงให้ไม่ถูกยุงกัดจะสามารถทำได้ยาก โดยเฉพาะ ประชากรของประเทศที่อยู่ในเขตเมืองร้อน เช่น ประเทศไทย แต่ก็สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการสวมเสื้อผ้าแขนยาว, ใช้ยาป้องกันแมลง, หรือนอนในมุ้งเพื่อป้องกันยุง และพยายามอยู่ในบ้านช่วง 2 ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและตก เพราะเป็นช่วงที่ยุงกำลังชุกชุม

หล่มรัก

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 356
    • ดูรายละเอียด
Re: โรคไข้เลือดออก คือ อะไร?
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2012, 04:27:35 PM »
โรคไข้เลือดออกกับโรคมาลาเรียแตกต่างกันอย่างไร
ถ้าหากมองอย่างผิวเผิน ทั้งโรคมาลาเรีย และ โรคไข้เลือดออก ก็มีหลายอย่างที่คล้ายกัน เช่น ทั้งโรคไข้เลือดออก และ โรคมาลาเรียเป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในเขตร้อน และโรคทั้งสองก็เป็นโรคที่เกิดจากยุงกัด ยิ่งถ้าหากเป็นผู้ที่ไม่รู้ทางการแพทย์ ก็อาจคิดไปได้ว่าโรคทั้งสองเป็นโรคเดียวกัน แต่หากพิจรณาอย่างละเอียดแล้ว โรคทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ
 
ความแตกต่างทางภูมิศาตร์ :
    แม้โรคทั้งสองมักจะเกิดในเขตร้อนเหมือนกัน แต่โรคไข้เลือดออกมักจะมีโอกาสเกิดในเมือง มากกว่าโรคมาลาเรีย ส่วนสาเหตุนั้น ก็คงจะเป็นเพราะว่า โรคไข้เลือดออกจำเป็นต้องเกิดในบริเวณที่คนอยู่หนาแน่นพอสมควร เนื่องจาก ยุงต้องไปกัดคนที่เป็นไข้เลือดออกก่อน จึงสามารถที่จะแพร่เชื้อไปสู่คนอื่นได้
 
ความแตกต่างกันระหว่างสายพันธุ์ของยุง :
จริงอยู่ที่โรคทั้งสองเกิดจากยุงเหมือนกัน แต่สายพันธุ์ของยุงที่ทำให้เกิดโรคนั้นก็เป็นสายพันธุ์ที่แต่งต่างกัน กล่าวคือ สายพันธุ์ของยุงที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกนั้น ชื่อ Aedes สายพันธุ์นี้จะมีนิสัยชอบกัดระหว่างวัน โดยเฉพาะในตอนเช้า และ ตอนช่วงบ่ายๆ
 
 ส่วนสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคมาลาเรียนั้น คือ สายพันธุ์ที่มีชื่อว่า Anopheles จะมีนิสัยการกัดที่ไม่แน่นอน
 
ลักษณะของอาการ:
                บางอาการของโรคทั้งสองก็คล้ายกันเช่น โรคทั้งสองสามารถทำให้เกิดไข้ได้ และ จะทำให้เกิดอาการปวดเนื้อ ปวดตัว ปวดหัว รวามไปถึงทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ แต่แม้จะมีอาการไข้เหมือนกันลักษณธของไข้ก็ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ ไข้มาลาเรียจะทำให้เกิดอาการหนาวสั่นไปทั้งตัว แต่ไข้จากไข้เลือดออกจะไม่มีอาการหนาวจับใจร่วมด้วย

 อีกทั้งอาการของผื่นแดงตามตัวที่เกิดขึ้นในไข้เลือดออก ก็จะไม่ปรากฎให้เห็นในไข้มาลาเรียอีกด้วย
 
การตรวจหาโรค :
       การตรวจหาเชื้อมาลาเรีย สามารถทำได้โดยตรวจกล้องจุลทรรศน์ แต่การตรวจหาเชื้อของไข้เลือดออกนั้น ต้องใช้สารเคมีในการตรวจหาสารเคมีที่เรียกว่า แอนติบอดี้เท่านั้น
 
การรักษา :
    การรักษาโรคมาลาเรีย ต้องทานยา ต้านเชื้อมาลาเรีย แต่โรคไข้เลือดออกนั้นไม่มียารักษาทำได้เพียงกาประคองตามอาการเท่านั้น
 
 
ที่มา:http://www.sukapapdeedee.com/

 





View My Stats